เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
หากจะมองย้อนหลัง นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นต้นมา อาจกล่าวได้ว่า พระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อปวงชนชาวไทย ล้วนครอบคลุมศาสตร์ และลักษณะงานหลากหลายสาขา อันแสดงให้ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถ รอบด้าน
พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล ด้วยทรงวางรากฐานการพัฒนาประเทศชาติ โดยการพัฒนาทั้งบุคคล และทรัพยากรธรรมชาติแบบครบวงจร เพื่อให้ราษฎรในแต่ละท้องถิ่นพึ่งตนเองได้ นอกจากนี้ เมื่อใดที่เกิดวิกฤตการณ์คับขัน อันเป็นที่เดือดร้อนต่อพสกนิกรชาวไทย พระองค์จะทรงเป็นหลัก ในการหาหนทางแก้ไขวิกฤตการณ์นั้น จนสามารถขจัดปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ไม่ว่าต้นเหตุแห่งภาวะคับขันนั้น จะมีผลมาจากธรรมชาติ หรือมนุษยชาติ ทรงใช้คติธรรม และความเป็นเหตุเป็นผลเป็นหลัก ในการทรงงาน พระราชดำริของพระองค์ จึงก่อให้เกิดผลอันเป็นคุณอนันต์ ต่อประเทศชาติบ้านเมือง
แนวทางการพัฒนาบุคคลของพระองค์นั้น นอกจากทรงมุ่งมั่น ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร ทั้งในเรื่องของการพัฒนาอาชีพ การสาธารณสุข ตลอดจนการสงเคราห์ผู้ด้อยโอกาสแล้ว พระองค์ยังทรงส่งเสริม ทำนุบำรุงการศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม อันเป็นรากฐานความเจริญ ทางด้านจิตใจของมนุษยชาติอีกด้วย
พระราชกรณียกิจ อันเป็นคุณประโยชน์มหาศาล ต่อผืนแผ่นดินไทย มิได้เป็นที่ตระหนักกันแต่เฉพาะในหมู่พสกนิกรชาวไทยเท่านั้น แม้ในระดับนานาชาติต่างก็ยกย่อง เทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณอัแผ่ไพศาล ดังเช่นที่ โครงการหลวง
ในฐานะองค์กรดีเด่นได้รับรางวัล แมกไซไซ
สาขาส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ด้วยประเด็นสำคัญในเรื่องของมนุษยธรรม และการแก้ไขปัญหายาเสพติด นอกจากนี้ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญ อะกริคอลา
(The Agricola Medal) เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อสดุดีเทิดพระเกียรติ ที่พระองค์ทรงพระวิริยอุตสาหะ ใฝ่พระราชหฤทัยต่อพสกนิกร อีกทั้งทรงเป็นผู้นำทางการเกษตร และนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง และในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ องค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่องค์การสหประชาชาติ ได้จัดทำรางวัลเกียรติยศนี้ เพื่อมอบแก่บุคคลดีเด่น ที่ได้อุทิศตลอดช่วงชีวิตสร้างผลงานที่มีคุณค่า ต่อการพัฒนาความก้าวหน้าของคนจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาจากชาวโลกว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา พระบรมธรรมมิกราชผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อราษฎรมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะแห่งการครองสิริราชสมบัติ แต่เป็นที่น่ายินดีว่า ท่ามกลางพระราชภารกิจอันหนักหนา พระองค์ยังทรงมีเวลาสำราญพระราชหฤทัย ในสุนทรีย์แห่งศิลปะหลากหลายสาขา ทั้งงานจิตรกรรม ภาพถ่าย ประติมากรรม หัตถกรรม วรรณกรรม และการดนตรี ด้วยน้ำพระราชหฤทัย ที่รินไหลสู่วงการศิลปะไทยอย่างต่อเนื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเปรียบเสมือนแสงส่องทางแห่งศิลปินทั้งมวล