องค์เอกอัครอุปถัมภ์ มรดกช่างศิลป์ไทย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมและเผยแพร่งานฝีมือของชาวเขา

รูปภาพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมและเผยแพร่งานฝีมือของชาวเขา

Her Majesty the Queen graciously supports and promotes the hill tribe’s handicraft.

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปเยี่ยมราษฎร พระองค์ท่านทรงรับสั่งว่า การที่จะเอาของไปช่วยเหลือเขานั้น เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มิใช่เป็นการช่วยเหลือเขาได้ในระยะยาว ดังนั้น จึงทรงเป็นห่วง และสนพระทัยในเรื่องแหล่งน้ำ และการพัฒนาดิน เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของชาวนาชาวไร่

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงถือเสมอว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้นำในทุกๆ ทาง จึงทรงมีพระราชดำริ และพระราโชบาย ที่สอดคล้องกันโดยตลอด ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงรับภาระ ในเรื่องการดูแลครอบครัวของเกษตรกร ที่ยากจนเหล่านั้น หากราษฎรคนใดเจ็บป่วย ก็จะโปรดฯ ให้แพทย์ที่ไปในขบวนเสด็จฯ รักษา ทรงเอาพระทัยใส่ถึงขนาดที่ว่า ถ้าผู้ป่วยคนใดเป็นโรคติดต่อ ก็จะโปรดฯ ให้ตรวจสุขภาพหมดทั้งครอบครัว หรือทั้งหมู่บ้าน ขณะเดียวกันก็ทรงพิจารณาเห็นว่า ปัญหาใหญ่ของราษฎรนั้นคือความยากจน ถ้าเด็กเติบโตขึ้นมาในขณะที่พ่อแม่ยากจน ลูกก็จะขาดอาหาร หรืออาจเจ็บไข้ได้ป่วย เงินที่จะพาลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลก็ไม่มี อีกทั้งการศึกษาเล่าเรียนของเด็ก ก็ยากที่จะเขยิบขึ้นไปถึงชั้นสูงๆ ได้ เพราะขาดปัจจัยที่จะใช้จ่าย การที่จะได้เงินอันเป็นปัจจัยสำคัญมากนั้น ขึ้นอยู่กับการทำนา ทำไร่ ที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ เพราะกว่าต้นข้าวจะผลิรวงออกมา และกว่ารวงข้าวจะเติบโตเต็มที่ ชาวนาจะต้องพึ่งดินฟ้าอากาศอยู่ทุกระยะ หากปีใดแห้งแล้ง พื้นดินแตกระแหงไปทั่วทุกหนทุกแห่ง แหล่งน้ำแห้งขอด ชาวนาไม่มีน้ำจะใช้ ข้าวที่ปลูกไว้ก็จะเหี่ยวแห้งไปก่อน ที่จะเจริญเติบโตถึงฤดูเก็บเกี่ยว และหากฝนตกมากเกินไป น้ำก็ท่วมนา นานจนข้าวที่กำลังจะเป็นความหวังของชาวนา ต้องเน่าจมอยู่ในน้ำ ชีวิตของชาวนา ชาวไร่ มักจะพบกับความเลวร้าย เช่นนี้มาตลอด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใย และทรงตระหนักถึงความทุกข์ของชาวนา ชาวไร่เหล่านี้เป็นที่สุด เพราะชีวิตเหล่านี้คือ ชีวิตของพสกนิกรของพระองค์เอง และเป็นชีวิตส่วนใหญ่ของประเทศ

เมื่อไพร่ฟ้าเป็นทุกข์ ทั้งสองพระองค์ก็เป็นทุกข์ คราใดที่ประชาชนต้องเคราะห์ร้าย ได้รับทุกข์อันแสนสาหัสจากภัยธรรมชาติ ทั้งสองพระองค์จะต้องเสด็จไปเยี่ยมเยียน พระราชทานสิ่งของเฉพาะหน้าที่จำเป็น ทั้งนี้ ก็เพื่อจะทรงเป็นมิ่งขวัญให้ราษฎร ของพระองค์มีขวัญและกำลังใจ มิให้ตกอยู่ในสภาพเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่นั่นเอง

ในปี พ.ศ.๒๕๑๓ น้ำท่วมอีสานตอนเหนือ แถบแม่น้ำสงคราม จังหวัดนครพนม ทันทีที่น้ำลด ทั้งสองพระองค์ก็เสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงเริ่มดำเนินโครงการช่วยเหลือราษฎรขึ้นมาอย่างจริงจัง

โครงการแรกที่ทรงเริ่มก็คือ โครงการทอผ้าไหม เพราะทรงทอดพระเนตรเห็นชาวบ้าน ที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ นั้น แม้จะยากจน แต่ก็นุ่งซิ่นไหม มีลวดลายต่างๆ กัน แลดูกหลากสีสันงดงามจับตา ซึ่งผ้าไหมในเมืองหลวงเป็นของมีค่าแต่ที่นั่นกลับนุ่งในชีวิตประจำวัน ออกไปทำนาก็จะนุ่งผ้าไหม ผ้าโสร่งไหม อยู่บ้านก็คล้องผ้าขาวม้าไหม