นักเรียนศิลปาชีพ ขณะกำลังฝึกทำเครื่องเงิน

รูปภาพ นักเรียนศิลปาชีพ ขณะกำลังฝึกทำเครื่องเงิน

กล่อง สลักลวดลายของชาวเขาลงไป

รูปภาพ กล่อง สลักลวดลายของชาวเขาลงไป อันเป็นศิลปะที่เขามีอยู่



งานเครื่องเงิน

ไก่ ทำด้วยเงิน โดยวิธีตีเงิน ของช่างเงินชาวเขา

รูปภาพ ไก่ ทำด้วยเงิน โดยวิธีตีเงิน ของช่างเงินชาวเขา

บนยอดดอยสูง แห่งขุนเขาทางภาคเหนือนั้น คือ ที่อาศัยของชาวไทยภูเขาหลายเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นชาวม้ง ที่ได้ชื่อว่า เป็นเจ้าแห่งขุนเขา เพราะชอบตั้งบ้านเรือนอยู่บนยอดเขาสูง หรือจะเป็นชาวเย้า ผู้มีฝีมือเลิศ ในทางช่างศิลปะ หรือ อาจเป็นชาวลีซอ ชาวกระเหรี่ยง ชาวไทยใหญ่ก็ตาม เขาเหล่านี้เอง ที่ครั้งหนึ่งเคยปลูกฝิ่น เผาป่า ทำไร่เลื่อนลอยกันเป็นนิจสิน จนคนไทยบนที่ราบพากันหวาดหวั่น ถึงอันตรายที่จะตามมาภายหลัง

ครั้นเมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังภาคเหนือ เมื่อนานปีมาแล้ว พ่อฟ้าหลวง และแม่ฟ้าหลวงของชาวไทยภูเขา ต่างก็ทรงช่วยกัน พลิกผันทัศนคติต่ออาชีพที่ชาวเขา เคยทำกันมาให้สลายหายไป เพื่อจะรักษาป่าให้คงอยู่ รักษาแหล่งน้ำ มิให้ถูกทำลาย ทั้งนี้ ก็เพื่อประโยชน์ของคนทุกคนในประเทศ คุณหญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ได้อธิบายเรื่องนี้โดยละเอียดว่า

ในขณะที่หลายคนเพิ่งจะตื่นตัว ในเรื่องป่าไม้ถูกทำลาย ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ กลับทรงเป็นห่วง และทรงพยายามแก้ไขมานานแล้ว เพราะยามที่ทรงไปเยี่ยมราษฎร ยังถิ่นทุรกันดาร ที่รถพระที่นั่ง ไม่สามารถจะไปได้ เช่น บนยอดเขาสูงเช่นนี้ ก็จะต้องประทับนั่งเฮลิคอปเตอร์ ทรงเห็นแล้วว่า ในสมัยก่อนนั้น ป่ายังทึบ มีต้นไม้หนาแน่น แต่ต่อมา ป่าเหล่านั้นก็โล่งไปเรื่อยๆ อีกประการหนึ่ง ชาวเขานั้นชอบเปลี่ยนที่ทำมาหากิน เพราะเขาทำไร่เลื่อยลอย จึงทรงมีพระราชดำริว่า ต้องให้ชาวเขาอยู่กันเป็นที่ และป่ากับคนจะต้องอยู่ด้วยกันได้ สมเด็จฯ ท่านรับสั่งว่า ป่ากับคนต้องพึ่งพาอาศัยกัน แต่ต้องอยู่กันได้อย่างสันติ คือไม่ทำลายป่า ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงเอาโครงการหลวงเข้าไปช่วย คือ ให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น หรือพืชเสพติดอย่างอื่น และหันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทน ขณะเดียวกัน สมเด็จฯ ก็จะทรง เป็นฝ่ายเกื้อหนุนครอบครัว โดยทรงหาอาชีพเสริมให้ ทรงเห็นว่า ผ้าที่ชาวเขานุ่งก็เป็นศิลปะของชาวเขา และชาวเขาแต่ละเผ่า ก็แต่งกายไม่เหมือนกัน ม้งก็อย่างหนึ่ง ลีซอ กะเหรี่ยง เย้า ไทยใหญ่ ก็อย่างหนึ่ง คือ มันมีความหลากหลายของลวดลาย ที่แสดงให้เห็นถึงสุนทรียภาพ ทางด้านศิลปะ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าเขามีเครื่องเงิน เขานุ่งผ้าปัก แล้วยังมีเครื่องประดับใส่คอ ชาวเขาหลายเผ่าตีเงินเก่ง และศิลปะของแต่ละเผ่าก็ไม่เหมือนกัน ในสมัยนั้นการท่องเที่ยวก็ยังไม่ค่อยมีใครสนใจ ชาวเขาผู้มีฝีมือ ทางด้านศิลปะจึงต้องทำใส่กันเอง นานๆ จึงจะมีคนเดินทางไปเที่ยว หรือ ชาวเขาเองจะเป็นผู้นำของ ลงมาขายที่ตัวเมืองข้างล่าง ซึ่งก็ดูจะไม่ค่อยคุ้มนัก ครั้นเมื่อเขาเหล่านั้น ได้มีโอกาสเฝ้าชมพระบารมี ก็มากราบบังคมทูลว่า เขาทำเครื่องเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นกำไล สายสร้อย เข็มขัด ฯลฯ จึงอยากจะให้สมเด็จฯ ทรงช่วยหาตลาดให้ ซึ่งพระองค์ท่านก็ทรงรับปาก ตอนแรกก็รับของมาแล้ว ทรงทอดพระเนตรพร้อมกับทรงพิจารณาเห็นว่า ผลิตภัณฑ์ชาวเขาเหล่านี้ มีความสวยงามและมีฝีมือ ที่บ่งบอกถึงความชำนาญชั้นบรมครู จึงโปรดฯ ให้เชื้อเชิญเขามาที่ศูนย์ฝึกศิลปาชีพ แล้วโปรดฯ ให้นำเด็กจากครอบครัวราษฎรยากจน จากพื้นราบมาฝึกงานด้วย โดยให้ทำคู่ไปกับชาวเขา เด็กเหล่านั้น จะได้รับการถ่ายทอดวิชาตีเงิน ทำเนื้อเงินให้เรียบ ทำลวดลายหลากหลายแบบ ตลอดจนศึกษาเทคนิคต่างๆ แต่สำหรับแบบของผลิตภัณฑ์นั้น จะทรงพระราชทานมาให้ เช่น โปรดฯ ให้ทำเป็นรูปสัตว์ลอยตัว เป็นกวางบ้าง กระต่ายบ้าง หรืออาจเป็นสัตว์อื่นๆ หลากหลายประเภท โดยอาศัยวิชาตีเงิน ของช่างเงินชาวเขา ในขณะเดียวกัน ชาวเขาเองก็จะทำงานที่เป็นงานของเขา ที่เคยทำมาก่อน แต่ว่าจะแปลงใหม่ เช่น เมื่อโปรดฯ ให้ทำกล่อง เขาก็จะสลักลวดลายของชาวเขาลงไป อันเป็นศิลปะที่เขามีอยู่ แต่แทนที่จะทำเป็นสายสร้อย หรืออะไรที่เคยทำมา ก็จะเปลี่ยนรูปแบบให้ผู้คนสนใจนิยม