พานสานด้วยย่านลิเพา

รูปภาพ พานสานด้วยย่านลิเพา



งานจักสานย่านลิเพา

กระเป๋าถือ สานจากย่านลิเพา

รูปภาพ กระเป๋าถือ สานจากย่านลิเพา

ตามสวนยาง ในจังหวัดนราธิวาส เรามักจะเห็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่ทั่วไป ชาวบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียกพันธุ์ไม้เลื้อยนี้ว่า ย่านลิเพา ซึ่งเขาเห็นว่า มีคุณลักษณะเด่น คือ เหนียวและทน ทั้งยังมีใยเนื้อหลายสี คือ สีดำ สีนาก และสีน้ำตาลแก่ จึงนำมาทำประโยชน์ใช้สอย ซึ่งกลายเป็นงานหัตถศิลป์พื้นบ้าน ของชาวนครมานานแล้ว

เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปยังพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ทรงทอดพระเนตรเห็น ย่านลิเพาขึ้นอยู่มากมายที่จังหวัดนราธิวาส ทรงสนพระทัยในพันธุ์ไม้นี้มาก ถึงกับเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปในป่า เพื่อทรงสำรวจตรวจหาแหล่งอุดมสมบูรณ์ ที่ย่านลิเพาชอบขึ้น ทั้งยังโปรดฯ ให้ผู้รู้มาถวายคำอธิบาย เกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมทั้งทำการศึกษาวิจัย เพื่อการอนุรักษ์อีกด้วย

เมื่อพูดถึงย่านลิเพา ใครๆ ก็จะนึกถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะงานสานย่านลิเพา คือ งานหัตถศิลป์พื้นบ้าน ที่ขึ้นชื่อของชาวเมืองนคร เช่นเดียวกับเครื่องถมนคร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงมีพระราชดำริว่า ที่นราธิวาสมีต้นย่านลิเพาขึ้นอยู่มาก แต่กลับปล่อยไว้ให้เปล่าประโยชน์ หรือถูกถากถางทิ้งไป อย่างน่าเสียดาย ควรที่จะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และเมื่อทรงพิจารณาถึงฝีมือการสานย่านลิเพา ในปัจจุบันซึ่งไม่ค่อยประณีต เหมือนสมัยโบราณ เช่นที่ทรงพบกล่องเป็นรูปคล้ายหนังสือ ที่มีสันหนาสานด้วยย่านลิเพา สมัยรัชกาลที่ ๕ ของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าฯ (สมเด็จย่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) ประมาณอายุแล้วก็ร่วมร้อยปี ซึ่งพระองค์เองก็ทรงแปลกพระทัยว่า สภาพของกล่องใบนั้นช่างสมบูรณ์ไปหมด ไม่มีมอดมาไช ไม่ผุ ไม่มีขุย แสดงว่าย่านลิเพานี้ต้องมีคุณภาพดีทนทาน เป็นของมีคุณค่า ควรแก่การนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ซึ่งคุณหญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ได้เล่าถึงรายละเอียด ตอนนี้ว่า

กล่องเป็นรูปคล้ายหนังสือ ที่มีสันหนาสานด้วยย่านลิเพา สมัยรัชกาลที่ ๕ ของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าฯ (สมเด็จย่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)

รูปภาพ กล่องเป็นรูปคล้ายหนังสือ ที่มีสันหนา สานด้วยย่านลิเพา สมัยรัชกาลที่ ๕ ของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าฯ (สมเด็จย่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)

สมเด็จฯ ท่านจึงโปรดฯ ให้ครูจากจังหวัดนครศรีธรรมราชไปสอน และโปรดฯ ให้นำกล่องใบนั้นไปเป็นแบบฉบับ เพื่อให้เห็นว่า การที่กล่องใบนั้นมีอายุยืนยาว และอยู่ในสภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลงได้นั้น เป็นเพราะเหตุใด ทรงสอนให้ดูด้วยว่า เส้นย่านลิเพาที่คนโบราณ ใช้นั้นใช้ตอนไหน อ่อนไป แก่ไปหรือไม่ ถ้าแก่ไปก็กรอบ ถ้าอ่อนไปสีของเส้นก็ไม่เข้มเต็มที่ ต้องเลือกที่พอเหมาะ เด็กจะต้องรู้ว่าเขาจะต้องเลือกเส้นขนาดไหน ที่จะสานแล้วอยู่ได้คงทน ครูจะต้องสอนตรงนี้ให้ได้ แล้วพระองค์ท่านก็จะโปรดฯ ให้ชาวบ้านทั้งไทยพุทธ ไทยอิสลาม ทำร่วมกัน จากนั้นก็ทรงให้ทำเส้นเล็กลงๆ จนในที่สุดก็สามารถทำจนเล็กเท่าเส้นผม ซึ่งเมื่อสานออกมาแล้ว จะดูเรียบเป็นแผ่นสวย

หลังจากฝึกผู้ใหญ่แล้ว ก็เริ่มเอาเด็กมาฝึกทำด้วย เพราะเด็กสุขภาพดี สายตาดี ผู้ใหญ่ เมื่อทำนานต้องพักสายตา เพราะสีของเส้นย่านลิเพา เป็นสีดำ สีน้ำตาล ดูกลืนกัน จึงจำเป็นต้องให้เด็กรุ่นใหม่ ได้รับการถ่ายทอดเอาไว้ แม้งานนี้จะเป็นงานละเอียดมาก ใช้เวลาทำนานถึง ๗ - ๘ เดือน ต่อหนึ่งชิ้นก็จะต้องสอน ซึ่งยิ่งในตอนแรกๆ แล้วใบหนึ่ง หนึ่งปีก็ยังไม่เสร็จ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อจะทรงเริ่มงานอะไร พระองค์จะทรงให้เจ้าหน้าที่ไปศึกษา ย่านลิเพานี้ก็เช่นกัน เมื่อทรงนำวัสดุชนิดนี้มาใช้ ท่านก็จะทรงเข้าไปศึกษาด้วยพระองค์เองว่า ย่านลิเพาขึ้นอย่างไร อยู่เป็นเถาของมันอย่างไร เราใช้ส่วนไหนของมัน เวลาเราเก็บมา เราควรจะถนอมอย่างไร