การจักสานไม้ไผ่ลายขิด
รูปภาพ ลายขิดขอก่าย
Lai Khit Kho Kai (a Khit pattern based on intertwining hooks.)
ต้องคิดไม้ไผ่ไร่ชนิดกำลังดี ขนาดอายุ ๒ - ๓ ปี จะอยู่ในระยะที่พอเหมาะ ไม่อ่อนไปหรือแก่ไป เพราะไผ่ขนาดนี้ จะมียางมีเยื่อ และเนื้อเหนียวคงทน ไผ่ไร่นี้ เป็นไผ่ป่าถ้ายิ่งป่าลึก ไผ่จะยิ่งมีลำปล้องยาว เพราะไผ่จะแย่งกันรับแสงแดด เหมาะแก่การนำมาใช้งาน
หลังจากเลือกไม้ไผ่ได้แล้ว นำมาผ่าเป็นซีก แล้วตากแดดให้แห้งจริงๆ ถ้าแห้งไม่สนิท ไผ่จะขึ้นราและมอดก็ชอบมาเจาะไช
เมื่อตากไผ่ซีกแห้งดีแล้ว ก็จักเป็นตอกเส้นเล็กๆ ตอกนี้จะมีหลายขนาด ครั้งแรกจะรูดด้วยมีด เป็นตอกชนิดหยาบ แต่เส้นเล็กมากๆ ไม่สามารถใช้มีดรูดได้ ต้องใช้เรียด ซึ่งเป็นเครื่องมือรูด เช่นเดียวกับย่านลิเพาเช่นกัน ตอกละเอียดนี้จะนำมาย้อมด้วยสีที่ย้อมนี้ จะใช้สีดำ ซึ่งเป็นสีดั้งเดิม สีอื่นนั้นมาใช้กันภายหลัง
หลังจากเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว ขั้นต่อไป คือการขึ้นดครงหรือสานโครง ซึ่งจะใช้ตอกชนิดหยาบสาน ต่อจากนั้นจึงเอาตอกละเอียด ซึ่งมีทั้งตอกย้อมสี รวมอยู่ด้วยมาสาน และยกเส้นตอกด้วยเหล็กแหลมเล็กๆ ให้เป็นลายขิดตามที่ต้องการ ลายขิดที่ทำเสมอ มีหลายลายเช่น ลายดีกระจาย ลายยกดอก ลายขิดขอก่าย เป็นต้น
นายจริยะ ซ้ายสุพรรณ
นายจริยะ ซ้ายสุพรรณ เป็นผู้หนึ่ง ที่สืบสานงานด้านจักสานลายขิด งานประณีตศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสานไว้ ด้วยความภาคภูมิ เพราะเป็นชาวอีสาน ที่มีบรรพบุรุษอพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ ซึ่งมาตั้งรกรากถิ่นฐาน ที่จังหวัดสกลนครนานมาแล้ว
รูปภาพ ลายดีคว่ำ
Lai Di Khwam (a twill pattern in a vaiation of the herring bone design)
นายจริยะ กำพร้ามารดาตั้งแต่ยังเล็กๆ หลังจากที่มารดาถึงแก่กรรม บิดาไปบวชเป็นพระ นายจริยะ จึงอยู่ในความดุแลของย่า ครั้นย่าเสียชีวิตลง อาที่กรุงเทพฯ ได้รับตัวไปอยู่ด้วย บิดาซึ่งบวชอยู่เป็นธุระ ในการศึกษาจนกระทั่งจบชั้นมัธยมต้น
วันหนึ่งนับเป็นโชคดี อย่างที่หาเปรียบมิได้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดเล็กๆ วัดหนึ่งในอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร วัดนี้ชื่อ วัดบ้านหลุบเลา หลวงพ่อของนายจริยะ ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ ถือเป็นโอกาสฝากฝังบุตรของท่าน กับเจ้าหน้าที่แห่งกองราชเลขานุการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งก็ได้กรุณาช่วยเหลือติดต่อ ให้นายจริยะ ซ้ายสุพรรณ เข้ามาเรียนอยู่ในศูนย์ฝึกศิลปาชีพจนสำเร็จ
เมื่อเริ่มต้น นายจริยะ มีโอกาสได้เรียนงาน จากครูจักรพันธ์ ไชยขันธ์ ชาวกาฬสินธุ์ ผู้ชำนาญการสานลายขิด ที่อาจเป็นคนสุดท้ายที่เหลือยู่ในปัจจุบัน ครูจักรพันธ์ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดความรู้มาจากบิดา อีกทอดหนึ่ง ได้อุทิศเวลา และความรู้ทั้งมวล ถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์ด้วยความตั้งใจเต็มที่ จนบรรดาลูกศิษย์ได้รับความรู้เป็นอย่างดี และต่างก็ฝึกปรือฝีมือ จนชำนาญไปแล้วหลายต่อหลายคน ซึ่งเขาเหล่านั้นรวมทั้ง นายจริยะด้วย ต่างก็จะเป็นผู้สอนคนรู่นหลัง ได้สืบสานงานจักสานลายขิด ต่อไปเช่นกัน