รังไหม เส้นไหม

รูปภาพ รังไหม และเส้นไหม



ผ้าไหม

ผ้าไหมลวดลายต่างๆ ผลงานแผนกผ้าไหม

รูปภาพ ผ้าไหมลวดลายต่างๆ ผลงานแผนกผ้าไหม

ไม่ปรากฏหลักฐาน ว่าในดินแดนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน รู้จักการทอผ้าไหมตั้งแต่เมื่อไร พบแต่เพียงหลักฐานจากการขุดค้น ทางโบราณคดีที่บ้านนาดี ตำบลพังงู อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ว่า คนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ชุมชนบ้านนาดี นำผ้าไหมมาใช้เมื่อประมาณ ๗๐๐ - ๕๐๐ ปีก่อนคริสตกาล หรือ ประมาณสองพันกว่าปีมาแล้ว

วัฒนธรรมการทอผ้าไหม ของคนไทยถ่ายทอดสืบต่อกันมาช้านาน ความเงางามอย่างพอเหมาะ ของผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก ผ้าไหมในภูมิภาคต่างๆ มีเอกลักษณ์ของตนเอง มีแบบแผน เทคนิคและลวดลายต่างๆ กัน ล้วนแล้วแต่มีความงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทุกภาคมีกระบวนการทำแบบครบวงจร คือ ชาวบ้านจะปลูกต้นหม่อน เพื่อนำใบมาเป็นอาหารของตัวไหม ให้พอเพียงกับปริมาณของตัวไหมที่จะเลี้ยง จากนั้นเริ่มเลี้ยงตัวหนอนไหม ด้วยการให้ใบหม่อน เป็นอาหารอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอ ประมาณ ๔๕ วัน ตัวไหมก็จะเริ่มทำรังเป็นเส้นใยบางๆ ห่อหุ้มตัวเองในสภาพดักแด้ ซึ่งเมื่อไหมหยุดสร้างรังแล้ว ก็นำไปฟอกต้มสาวเอาเส้นไหม จากนั้นฟอกด้วยด่าง หรือฟอกด้วยวิธีแบบโบราณ คือใช้เหง้ากล้วย ใบกล้วย ก้านกล้วย งวงตาล ไม้ขี้เหล็ก ใบเพกาอย่างใด อย่างหนึ่งฝานบางๆ ตากแห้งแล้วนำไปเผาจนเป็นขี้เถ้า จากนั้นจึงนำขี้เถ้า ไปแช่ในน้ำทิ้งไว้ให้นอนก้น กลายเป็นน้ำด่าง เมื่อได้น้ำด่างแล้ว นำเส้นไหมลงไปแช่ ในน้ำด่างจนชุ่ม นำไปต้มพอสมควร ล้างเส้นไหมด้วยน้ำเย็นให้สะอาด สงขึ้นผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำไปย้อมสีวิทยาศาสตร์ หรือสีที่ได้จากธรรมชาติ ด้วยวิธีอย่างโบราณคือ ย้อมด้วย เข ก่อน

เข เป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง มีหนาม ขึ้นอยู่ตามป่า ชาวบ้านจะไปขุดเอามาตัดเป็นท่อนๆ ผ่าเป็นเสี้ยนตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาต้มเคี่ยว ไว้ประมาณ ๓ วัน นำมากรองเอาน้ำสีไปตั้งไฟให้เดือด แล้วนำเส้นไหมที่ฟอกจนสะอาดลงไปย้อม พอได้ที่ก็เอาขึ้น บิดน้ำออกพอหมาดๆ ผึ่งแดดให้แห้ง¹

เมื่อย้อมเขเสร็จแล้ว จึงนำไปย้อมสีอย่างโบราณด้วยครั่ง คราม ลูกกระจายดินแดง แถลงหรือย้อมด้วยสีวิทยาศาสตร์ สงขึ้นผึ่งให้แห้ง แล้วจึงนำไปทอ เป็นผ้าไหมต่างๆ

ในอดีตชาวไทย ทอผ้าไหมสำหรับใช้แต่เพียงในครัวเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่จะทอผ้าไหม เพื่อใช้เป็นเครื่องแต่งกาย ในโอกาสพิเศษต่างๆ โดยใช้เวลาว่าง จากการทำนา หรือ ทำงานบ้านทออยู่กับบ้าน การทอผ้าไหมนั้น เป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือ และเวลามาก ปีหนึ่งๆ หญิงชาวบ้านจะปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้าไหมขึ้นใช้เอง ภายในบ้านได้ปีละ ๑ - ๒ ผืนต่อคนเท่านั้น





¹ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ตะวันออก, ๒๕๓๕. (ธนาคารเอเซีย จำกัด จัดพิมพ์ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๕).