รูปภาพ บุญข้าวประดับดิน ของคนไทยอีสาน อุทิศให้แก่บรรพบุรุษ จัดทำขึ้นในเดือน 9
ข้าวในพิธีกรรม
ในพิธีกรรมต่างๆ ของคนไทย โดยเฉพาะ พิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ การเปลี่ยนแปลงสภานภาพ ของชีวิต จะมีข้าว เป็นส่วนประกอบสำคัญ บางพิธีใช้ ข้าวสุก บางพิธีใช้ ข้าวสาร และ บางพิธีก็ใช้เมล็ดข้าวเปลือกที่คั่วจนแตก ที่เรียกว่า ข้าวตอก
1.พิธีกรรมที่ใช้ข้าวสุก
เป็นส่วนประกอบสำคัญ ในพิธีกรรมเซ่นสรวงบูชา ข้าวสุกเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องสังเวย (เทวดา) และ เครื่องเซ่น (ผีและวิญญาณ) หลังจากทำพิธีเสร็จแล้ว ผู้เข้าร่วมพิธีจะนำมารับประทานร่วมกัน ข้าวสุกจึงเป็นส่วนหนึ่ง ของการสมโภชเฉลิมฉลอง หรือเรียกกันว่า การบายศรีสมโภช
ก.บายศรี
บายศรี หรือ ข้าวขวัญ คือ อาหารที่อยู่ในกระทงใบตอง หรือ บายศรีตอง เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่รับมาจากพราหมณ์ซึ่งถือว่า ใบตอง เป็นเครื่องใส่อาหารที่บริสุทธิ์ที่สุด ต่อมาเพื่อให้สะดวกแก่การยกมาตั้งในงานพิธี เพราะอาหารมีมากชนิดจึงนำมารวมไว้ในชาม จึงเรียกว่า บายศรีปากชาม บายศรีปากชาม เป็นเครื่องประกอบพิธีเซ่นสรวงบูชาของราชสำนัก และชาวบ้าน แต่เดิมต้องมีข้าวสุกเป็นส่วนประกอบสำคัญ เพราะเป็นส่วนย่อของอาหารที่นำมาร่วมพิธี จึงมีทั้งข้าวและกับข้าว เนื่องจากต้องมีข้าวเป็นอาหารหลัก จึงเรียกว่า ข้าวขวัญ นิยมใช้ประกอบพิธีทำขวัญต่างๆ ในภาคอีสารและภาคเหนือ เรียกว่า พาข้าวขวัญ
รูปภาพ บายศรีตอง (จากหนังสือ NAGA)
รูปภาพ บายศรีในพิธีแต่งงาน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
ข.ข้าวเสียแม่ซื้อ
ข้าวเสียแม่ซื้อ หมายถึง ข้าวปั้นเป็นก้อนแล้วทาปูนขมิ้น เขม่า และคราม 3 - 4 ก้อน ทำให้ก้อนข้าวกลายเป็นสีแดง เหลือง ดำ และครามเหมือนย้อมสี บางคนจึงเรียกว่า ข้าวย้อมสี ในพิธีทำขวัญผู้ป่วย หมอขวัญจะนำก้อนข้าว ไปวนรอบตัวผู้ป่วย เป็นการปัดรังควาน แล้วโยนข้ามหลังคาเรือนไปทีละก้อน มอบให้แม่ซื้อ หรือเทวดาประจำตัวบุคคลนั้นๆ รับไป
2.พิธีกรรมที่ใช้ข้าวสาร
มักเป็นพิธีกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับ การขับไล่สิ่งไม่ดีให้หมดไป คนไทยมีความเชื่อว่าข้าวสาร เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถปกป้องจากสิ่งที่ชั่วร้ายได้ เช่น ใน พิธีดับพิษไฟ ของแม่ลูกอ่อนซึ่งเพิ่งอยู่ไฟมาได้ 15 - 30 วัน ในวันครบกำหนดที่แม่ออกจากการอยู่ไฟ จะเชิญผู้มีคาถาอาคมมาทำพิธีดับพิษไฟ โดยใช้ข้าวสาร เกลือ และน้ำมนตร์ธรณีสารสาดไปที่เตาไฟ บริเวณที่แม่นอนอยู่ และตามร่างกายของแม่ เพื่อขับไล่เสนียดจัญไร ภูตผีปีศาจ และสิ่งชั่วร้ายที่จะทำอันรายแม่ และทารกที่เพิ่งคลอด เช่นเดียวกับใน พิธีบุญกลางบ้าน ของคนไทยพวน ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จะนำข้าวสาร ข้าวเปลือก และดินเหนียวปั้น เป็นรูปคนแทนบุคคลในครอบครัว ใส่ในกระทงสะเดาะเคราะห์ ทำจากกาบกล้วยรูปสามเหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า กบาล พร้อมด้วยขนมต้มขาว ขนมต้มดำ ขนมตำแดง พริก หอม กระเทียม กรวดทราย และหน้าคา หลังจากที่พระสงฆ์สวดสะเดาะเคราห์ ให้แก่คนในครอบครัวแล้ว จะนำกบาลไปวางไว้ที่ทางสามแพร่ง หรือในนาข้าว แล้วนำข้าวสาร ข้าวเปลือก กรวดทราย ไปหว่านรอบบ้านเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย การที่ข้าวในพิธีกรรมสื่อออกมาในรูปของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสิ่งชั่วร้ายต้องเกรงกลัว น่าจะเป็นผลมาจากความเชื่อในเรื่อง แม่โพสพ เทพแห่งข้าวที่ช่วยรักษาข้าวในนา ให้พ้นจากศัตรูข้าว และผีที่คอยมากินข้าว และทำให้ข้าวในนาเสียหายได้ จึงเชื่อว่า จะสามารถช่วยเหลือ และปกป้องคุ้มครองคนได้เช่นกัน
รูปภาพ กบาลหรือกระทงสะเดาะเคราะห์
3.พิธีกรรมที่ใช้ข้าวตอก
เป็นพิธีกรรม ที่เกี่ยวกับคนตาย ในงานศพของชาวบ้าน เมื่อเคลื่อนศพออกจากบ้านไปวัน จะมีธรรมเนียมแห่ศพ โดยหน้าขบวนมีตนถือธงขาวนำ ซึ่งหมายถึง ความพ่ายแพ้แก่สังขาร ส่วนลูกของคนตาย จะโปรยข้าวตอกท้ายขบวนศพ ขณะโปรยพูดว่า ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา
เชื่อว่าจะทำให้วิญญาณของคนตายกลับไปบ้านไม่ถูก เป็นกุศโลบายของคนโบราณ ที่ให้คนเข้าใจสัจธรรมแห่งชีวิตที่ไม่เที่ยง มีเกิดแล้วย่อมมีตายเป็นธรรมดา เมื่อตายแล้วก็ไม่สามารถฟื้นได้อีก เช่นเดียวกับข้าวตอกซึ่งเป็นข้าวที่คั่วแล้ว ไม่สามารถนำไปปลูกให้งอกขึ้นได้ ความคิดเดียวกันนี้ยังพบได้ใน เครื่องขมาของหลวงในงานพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งเจ้าพนักงานเชิญมาพร้อมกันกับเพลิงหลวง เครื่องขมา ประกอบด้วย ข้าวตอก 1 กระทง ดอกไม้ 1 กระทง ธูปเทียน และดอกไม้จันทร์
จะเห็นได้ว่าในวัฒนธรรมข้าว คนได้ใช้ข้าวเป็นสัญลักษณ์แทนชีวิต เพื่อสนอ และเตือนใจให้ระลึกถึงบุญคุณของข้าว ที่เลี้ยงชีวิตมาตั้งแต่เกิดจนตาย ตลอดจนสอนให้เข้าใจถึง สัจธรรมของชีวิตที่สอดคล้องกับหลักธรรม ทางพระพุทธศาสนา มีเกิด มีดับ ไม่เที่ยง