รูปภาพ เด็กน้อยชาวขอนแก่น นำข้าวสาก ไปในงานบุญข้าวสาก เดือน 10
ข้าวกับสำนวนภาษิต
คนไทยได้สร้างบทสรุป จากประสบการณ์ชีวิต ของบรรพชน ถ่ายทอดเป็นภาษา ที่ให้แง่คิด มีทั้งที่ถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมา และ อย่างที่ใช้กลวิธีทางภาษา เล่นคำ เล่นความ เปรียบเทียบ เพื่อให้คิดขยายต่อไป เพื่อสั่งสอน ตำหนิ แก้ตัว ออกตัว หรือเยาะเย้ยเสียดสี ที่เราเรียกกันว่า สำนวนภาษิต
สำนวนภาษิต ที่มีที่มาจากการสังเกตธรรมชาติของข้าว และ การทำนา ได้แก่ ข้าวใหม่ปลามัน
หมายถึง ช่วงเวลาที่มีความสุขสมบูรณ์ โดยธรรมชาติ เวลาที่ข้าวสุก และปลาตะเพียนในนาอร่อยสุด คือช่วงเดือน 12 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนไทยนิยมแต่งงาน จึงได้นำธรรมชาติ มาเปรียบเทียบกับช่วงเวลาแรกแต่งงาน ซึ่งถือว่า เป็นเวลาที่มีความสุขที่สุดของคู่บ่าวสาว
(อย่า) ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ
ภาษิตนี้สอนเรื่อง การวางแผนให้รอบคอบ การทำกิจการใดที่ไม่ถูกเวลา ย่อมได้รับผลเดือดร้อน เพราะหน้านาคือเดือน 6 เป็นช่วงที่ชาวนาทุกคน ย่อมต้องการควายทำนา ควายจึงมีราคาแพง เช่นเดียวกัน การไปซื้อเสื้อผ้าในเดือน 5 ซึ่งเป็นยามตรุษสงกรานต์ คนแต่งตัวออกเที่ยวอวดกัน ราคาเสื้อผ้าในช่วงนั้นย่อมแพงกว่าปกติ
(อย่า) ทำนาออมกล้า ทำปลาออมเกลือ
คนอีสานว่า เฮ็ดนาอย่าแพงกล้า ไปค้าอย่าแพงทัน
ทั้งสองภาษิตสอนให้คำนึงถึง ผลประโยชน์ข้างหน้า สอนให้คิดไกลๆ จะทำงานใหญ่แล้วกลัวหมดเปลือง ก็จะไม่ได้ผลที่ต้องการ เหมือนชาวนาถ้าทำนา แล้วเสียดายต้นกล้าที่ปักดำ ไม่คำนึงถึงข้าวที่จะได้ในวันข้างหน้า คนตากปลาเค็มก็เช่นกัน ถ้าเสียดายเกลือที่ใช้หมักปลา ปลาก็จะเน่า พ่อค้า จะค้าขายแล้วเสียดายไม่กล้าเสี่ยงลงทุน ก็อย่าหวังว่าจะได้ผลที่ต้องการ
การทำนายังได้ถูกนำไปเปรียบเทียบโยงถึงเรื่องอื่น เช่น สำนวน ภาษิตภาคกลางว่า ทำนาบนหลังคน
หมายถึง หาประโยชน์ใส่ตนโดยการขูดรีดผู้อื่น ข้าวนอกนา
หมายถึง คนที่ไม่ได้เกิดในถิ่นเดียวกัน ไม่ใช่พวกพ้อง ภาษิตอีสานว่า นาบ่สมข้าว
หมายถึง ไม่คู่ควรกัน ภาษิตทางเหนือว่า งามแต่ข้าวเฮ็ดนาแคมเหมือง งามแต่เมืองมีเจ้าผู้หนึ่ง
หมายความว่า ข้าวจะงามต้องทำนาใกล้คลองส่งน้ำ บ้านเมืองจะสงบสุขได้ ต้องมีผู้เป็นใหญ่คนเดียว ถ้าใคร่อยากกินข้าว หื้อหมั่นใจไฮ่นา
ภาษิตนี้สอนให้ขยัน
รูปภาพ บุญข้าวหลาม หรือ พิธีจองอกตาน ของชาวไทยเชื้อสายมอญ บ้านม่วง จังหวัดราชบุรี
คนไททุกกลุ่ม เห็นความสำคัญของข้าว และให้ค่าของข้าวยิ่งกว่าสิ่งของอื่นใด นับถือว่าเป็นของมีค่า มีบุญคุณ เมื่อกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง คนไทยภาคกลางใช้สำนวนภาษิตว่า ข้าวเหลือเกลืออิ่ม
ซึ่งตรงกันข้ามกับ ข้าวยากหมากแพง
คนล้านนาว่า เงินคำเป็นเจ้า ข้าวเป็นนาย
คนอีสานว่า ข้าวเต็มเล้านอนเว้ากะบ่คือ เงินเต็มถงเว้ากงกะได้
ข้าวเป็นสิ่งมีค้า คนที่มีข้าวเต็มยุ้ง จะนอนพูดกับใครก็ไม่มีใครถือสา คนมีเงินก็เช่นกัน ถึงจะพูดจาขวางหู ก็ไม่มีใครกล้าว่า นาดีถามหาข้าวปลูก ลูกดีถามหาพ่อแม่
ลูกดีพ่อแม่ก็ได้หน้าได้ตา เพราะคนต้องถามถึงผู้ให้กำเนิด เช่นเดียวกัน นาไหนได้ผลผลิตดี คนก็อยากได้เชื้อพันธุ์ข้าวที่ปลูก
สำนวนภาษิต ที่มาจากวัฒนธรรมข้าวบางสำนวน ยังสะท้อนทัศนะทางบวกต่ออาชีพการเป็นชาวนา ดังเช่นสำนวนภาษิตของชาวล้านนาว่า พ่อนาคึดไปหน้า พ่อค้าคิดคืนหลัง
หมายความว่า ชาวนามักหาทางพัฒนา เพื่อให้ผลผลิตดีขึ้น ส่วนพ่อค้า มักคิดถึงผลกำไรที่จะได้คืนมาจากการลงทุน สืบเฮือค้า บ่เท้านาปั้นเดียว
เพราะการเป็นพ่อค้าต้องเสี่ยงสูง ชาวนาเสี่ยงน้อยกว่า มีนาแห่งเดียวก็ยังพอมองเห็นผลิตผลที่จะได้รับ คนภาคกลางเคยมีภาษิตว่า สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง
เพราะในอดีต พระยาเป็นผู้ครอบครองที่นามากมาย ดังเรียกกันว่า พระยาหมื่น
ในปัจจุบัน เมื่อค่านิยมในสังคมเปลี่ยนแปลงไป ตามสภาพสังคมแบบใหม่ สำนวนภาษิตบางสำนวน ที่แสดงค่านิยมก็ย่อมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เช่น ภาษิตที่แสดงทัศนะต่ออาชีพชาวนา เป็นต้น ถึงอย่างไรก็ตาม เนื่องจากสังคมไทย มีพื้นฐานอยู่ที่วัฒนธรรมข้าว ข้าวเป็นทั้งอาหาร และที่มาของรายได้ ทรัพย์สินเงินทอง สำนวนภาษาที่เกี่ยวข้องกับข้าว จึงยังมีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก