รูปภาพบนหน้าปกหนังสือ ข้าว ขวัญของแผ่นดิน

รูปภาพบนหน้าปกหนังสือ ข้าว ขวัญของแผ่นดิน



การหว่านเมล็ดข้าวที่งอกแล้วในนาหว่านน้ำตม

รูปภาพ การหว่านเมล็ดข้าวที่งอกแล้ว ในนาหว่านน้ำตม ถ่ายภาพโดย นายมนุญ สิทธิประเสริฐ

ในปัจจุบันชาวนาไทย มีวิธีการปลูกข้าวหลายแบบ ตามสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ในแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต วิธีการปลูก ได้แก่ แบบหว่านข้าวแห้ง แบบปักดำ แบบหว่านน้ำตมแผนใหม่ และ แบบล้มตอซัง

การปลูกข้าวแบบหว่านข้าวแห้ง

เป็นวิธีการปลูกข้าวแบบดั้งเดิม ต้นข้าวที่ปลูกด้วยวิธีนี้ มีระบบรากลึกและแข็งแรง สามารถทนต่อสภาพแล้ง และน้ำท่วมฉับพลันได้ดี แต่ก็มีปัญหา คือ วัชพืชมาก และได้ผลผลิตต่ำ ชาวนานิยมใช้วิธีการปลูกแบบนี้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่อาศัยน้ำฝน เช่น นาข้าวขึ้นน้ำ นาข้าวทนน้ำลึก และนาน้ำฝน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การปลูกข้าวแบบปักดำ

เป็นวิธีการปลูกข้าวที่นิยมทำกันทั่วไป เหมาะกับพื้นที่นาชลประทาน ที่สามารถควบคุมน้ำได้ มีคันนาเพื่อกักน้ำ และเป็นพื้นที่นาที่ได้ปรับระดับ ให้ราบเสมอกันแล้ว ไม่เหมาะกับพื้นที่นาน้ำฝน ชาวนาต้องเตรียมต้นกล้าก่อน ที่จะย้ายไปปลูกในแปลงที่มีคันนา ด้วยวิธีปักดำ ซึ่งเป็นวิธีปลูกข้าวที่ประณีต เพราะต้องคัดเลือกต้นกล้า ที่แข็งแรงไม่เป็นโรคไปปักดำ แต่เป็นวิธีที่ทำให้มีวัชพืชในนาน้อย และให้ผลผลิตดี เนื่องจากเป็นวิธีที่ต้องใช้แรงงานในการถอนกล้า และปักดำมาก ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง

การปลูกข้าวแบบหว่านน้ำตมแผนใหม่

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาวิธีการปลูกข้า แบบหว่านน้ำตมแผนใหม่ขึ้น โดยดัดแปลงจากการทำนาน้ำตมในอดีต การปลูกข้าวแบบใหม่นี้ เป็นการปลูกข้าวจากเมล็ดโดยตรง เช่นเดียวกับการปลูกแบบหว่านข้าวแห้ง แต่มีวิธีการปฏิบัตที่ประณีตกว่า คือ หว่านเมล็ดข้าวที่เพาะให้งอกแล้วลงในแปลงที่มีการเตรียมดิน ทำเทือก และปรับระดับผิวดินเป็นอย่างดีแล้ว การปลูกข้าแบบหว่านน้ำตมแผนใหม่ มีข้อดีหลายประการ คือ ได้ผลผลิตสูง ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ แต่มีข้เสียที่มีปัญหาวัชพืช

การปลูกข้าวแบบล้มตอซัง

เป็นวิธีการปลูกข้าว ที่ใช้ประโยชน์จากตอซังข้าวที่เหลืออยู่ในนา หลังการเก็บเกี่ยว โดยการจัดการให้ตายยอดที่ข้อบนตอซังที่ยังมีชีวิตอยู่พัฒนาเป็นต้นข้าวตอซัง เจริญเติบโต ออกรวง และสร้างเมล็ด จนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ การปลูกข้าวแบบล้มตอซัง มีข้อดีหลายประการ คือ ไม่ต้องเผาฟาง และตอซังก่อนปลูกข้าว ไม่ต้องเตรียมดิน ไม่ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ ใช้น้ำ เวลาและปัจจัยการผลิตน้อย ทำให้ลดต้นทุนการผลิต ประหยัดทรัพยากร และช่วยรักษาสภาพแวดล้อม แต่มีข้อเสีย คือ ตายอดบนตอซังมีระยะการพัฒนาที่แตกต่างกัน ทำให้ต้นข้าวในนาเกิดไม่พร้อมกัน มีระยะการเจริญเติบโตแตกต่างกัน จึงมักให้ผลผลิตต่ำ และคุณภาพเมล็ดข้าวไม่สม่ำเสมอ