การพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์ข้าวไทย
การพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย
พันธุ์ข้าวไทยก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นพันธุ์ข้าวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือ จากการที่เกษตรกรในท้องถิ่น ปรับปรุงและพัฒนาขึ้นมาด้วยตนเอง โดยนำพันธ์ข้าวหลายพันธุ์ มาปลูกรวมกันในแปลงนาเดียวกัน จนเกิดการผสมข้ามพันธุ์กลายเป็นข้าวพันธุ์ใหม่ เรียกว่า ข้าวพื้นเมือง หรือ ข้าวพื้นบ้าน วิธีพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของเกษตรกร เป็นกระบวนการที่อาศัยการสังเกตสภาพแวดล้อม ได้แก่ พื้นที่ ดิน น้ำ อากาศ เมื่อเกษตรกรพบพันธุ์ข้าว ที่เจริญเติบโตได้ดี มีลำต้นแข็งแรงต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง มีเมล็ดงามสมบูรณื หุงแล้วมีกลิ่นและรสชาติถูกปาก ก็จะเก็บไว้เป็นเชื้อพันธุ์ ความรู้เหล่านี้สั่งสมจากภูมิปัญญาการเพาะปลูกของชุมชน ที่สืบทอดมานานหลายชั่วอายุคนโดยเฉพาะกรหญิงมักเป็นผู้คัดเลือก และเก็บรักษาพันธุ์ข้าว เนื่องจากผู้หญิงมีความละเอียดอ่อน และช่างสังเกต
พันธุ์ข้าวพื้นเมือง มักถูกตั้งชื่อตามลักษณะของสีข้าวเปลือก ตามด้วยชื่อของเกษตรกรที่เป็นเจ้าของ เช่น พันธุ์ขาวตาอู๋ พันธุ์เหลืองแม่รำพึง พันธุ์ขาวแม่วงษ์ พันธุ์เหลืองยายหนู เป็นต้น หรือ ตามด้วยชื่ออื่น เช่น พันธุ์เหลืองอ่อน พันธุ์ขาวภูดาล พันธุ์ขาวทดลอง เป็นต้น บางพันธุ์ตั้งชื่อตามลักษณะพิเศษ คุณภาพและผลผลิต เช่น พันธุ์เกวียนหัก พันธุ์ล้นยุ้ง เป็นต้น บางพันธุ์ตั้งชื่อตามชื่อผลไม้ หรือดอกไม้ เช่น พันธุ์น้ำดอกไม้ พันธุ์จำปาซ้อน พันธุ์ขาวดอกมะลิ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการตั้งชื่อพันธุ์ตามแหล่งที่มา หรือชื่อที่เป็นมงคล ข้าวพื้นเมืองที่รู้จัก และคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน ได้แก่ พันธุ์ขาวตาแห้ง
การปรับปรุง และพัฒนาพันธุ์ข้าวไทยอย่างเป็นระบบ เริ่มขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าข้าวไทย เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญแต่มีราคาต่ำ เนื่องจากมีเมล็ดปะปนกันหลายพันธุ์ ทั้งข้าวพันธุ์ดี มีคุณภาพที่ตลาดต้องการ และข้าวคุณภาพต่ำในขณะที่ข้าวจากสหรัฐอเมริกา อินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น มีเมล็ดสม่ำเสมอกันดีกว่าข้าว ที่ส่งออกจากไทย จึงโปรดให้ปรับปรุง และพัฒนาพันธุ์ข้าวขึ้น โดยโปรดให้จัดประกวดพันธุ์ข้าว จากทุ่งหลวงคลองรังสิตขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2540 โดยทรงกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อ อุดหนุน และบำรุงหาพันธุ์ข้าวที่ดีมาไว้ทำพันธุ์ และ เพื่อให้ข้าวของประเทศยามเจริญดี มีราคาเท่าเทียมกับข้าวของประเทศอื่น
การประกวดพันธุ์ข้าวครั้งต่อมาในปี พ.ศ.2541 พ.ศ.2453 และ พ.ศ.2454 ได้ทำให้ชาวนามีโอกาสนำพันธุ์ข้าวต่างๆ มาแสดง และ เลือกพันธุ์ที่ดีไปใช้เป็นข้าวปลูก พันธุ์ข้าวที่ดี มีราคาตามความนิยมของโรงสีในสมัยนั้น จะต้องมีเมล็ดยาว ตรง กลม ใสบริสุทธิ์ไม่มีท้องปลาซิว เปลือกบาง ปลอก(เยื่อหุ้มเมล็ด)บาง เมล็ดข้าวกล้องข้าวสารมีขนาดเสมอกัน น้ำหนักมาก จมูกสั้น พันธุ์ข้าวที่ชนะการประกวดในครั้งนั้น ได้แก่ พันธุ์ปิ่นทอง พันธุ์บายศรี และพันธุ์ขาวงาช้าง
รูปภาพ พระยาโภชากร (ตรี มิลินทสูต)
ในสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2458 มีการจัดตั้ง นาทดลองคลองรังสิต ขึ้นเป็นสถานีทดลองข้าวแห่งแรกของไทย ตามพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการให้มีที่นาสำหรับใช้ในการทดลองบำรุงพันธุ์ข้าว โดยมีพระยาโภชากร (ตรี มิลินทสูต) เป็นหัวหน้านาทดลองคลองรังสิต เป็นคนแรก ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถานีทดลองข้าวรังสิต และเป็น ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ในปัจจุบัน
ในปี พ.ศ.2460 ได้เริ่มมีการรวบรวมพันธุ์ข้าว ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวขึ้น การรวบรวมพันธุ์ข้าว นอกจากช่วยสร้างความหลากหลายทางพันธุ์กรรมแล้ว ยังทำให้สามารถคัดเลือก และเปรียบเทียบพันธุ์ข้างต่างๆ และพัฒนาเป็นพันธุ์ข้าวที่ดี ตามหลักวิชาการได้ พระยาโภชากร ได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวโดยใช้วิธีการคัดพันธุ์จนได้พันธุ์ข้าว ปิ่นแก้ว ที่มีคุณภาพดีเด่นจนชนะเลิศ การประกวดข้าวโลกที่เมืองเรจินา ประเทศแคนนาดา มาได้เมื่อปี พ.ศ.2476 และป็นหนึ่งในพันธุ์ข้าว 8 พันธุ์ ที่ทางการแนะนำ ให้เกษตรกรปลูกในปีเดียวกัน